fbpx

คู่มือ RoV: สอนทุกเรื่องเกี่ยวกับเกมแบบโคตรละเอียด (2019)

คู่มือ rov

นี่คือสุดยอดคู่มือ RoV หรือ RoV Guide ที่จะทำให้คุณเข้าใจและเล่นเกม RoV เก่งมากขึ้นแบบก้าวกระโดด

ถ้าคุณอยาก

  • เล่น RoV ให้เป็น
  • เข้าใจเกม RoV มากขึ้น
  • เข้าใจตำแหน่งและเลนใน RoV
  • ชนะ RoV มากขึ้น

คุณจะหลงรักบทความนี้อย่างแน่นอนว่า เพราะผมได้เขียนทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ในการเล่น RoV ไว้ให้อ่านง่าย ๆ แล้ว

ไปอ่านกันเลย!

ไอดี rov
รูปโปรไฟล์ RoV ของผู้เขียน

ผู้เขียนนั้นมีประสบการณ์เล่นเกม Moba มายาวนานกว่า  10 ปี และเล่น RoV มาตั้งแต่ซีซันแรก ๆ เคยไต่ไปแรงค์สูงสุดที่ Conqueror ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้ (ซีซัน 11) อยู่แรงค์ Commander

เพราะงั้นสิ่งที่จะอธิบายต่อจากนี้ไม่ได้มาจากการหาข้อมูลตามอินเทอร์เน็ตทั่วไป แต่มาจากประสบการณ์การลองผิดลองถูกจนเห็นผล เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาไปดูกันเลยดีกว่า

ถ้าเกิดขี้เกียจอ่านดู/ฟังเป็นคลิปเอาก็ได้นะครับ จะได้เห็นภาพตามไปด้วย

เกม RoV คืออะไร?

ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อนว่าเกมอาโอวีคือเกมอะไร? ทำไมมันถึงได้รับความนิยม จริง ๆ เราเขียนบทความลงลึกอธิบายเกี่ยวกับหัวข้อนี้โดยละเอียดแล้ว แนะนำให้ไปอ่านก่อนจะได้เข้าใจเนื้อหาและการเล่น RoV เบื้องต้น

ใครยังไม่เคยอ่าน แนะนำให้ อ่านบทความนี้ก่อนจะได้เข้าใจแบบกระจ่าง: RoV คืออะไร ? ทำไมมันถึงกลายเป็นเกมมือถือระดับประเทศที่ทำให้คนไทยนับล้านคลั่งไคล้ได้ ?

ถ้าให้สรุปสั้น ๆ เกมอาโอวีคือเกมแนว Moba ที่เล่นบนมือถือเท่านั้น มันมีรูปแบบการเล่นแบบ 5 ต่อ 5 ในแต่ละแมทช์ ผู้เล่นแต่คนจะเลือกฮีโร่มา 1 ตัว และช่วยกันเพื่อทำลายฐานศัตรู ทีมไหนทำลายฐานหลักอีกฝ่ายได้ก่อนชนะ

ทำไมต้องอ่านคู่มือ RoV?

rov ไก่
ถ้าไม่อยากโดนทีมด่าแบบนี้ ควรอ่านให้จบ

ถึงแม้ในตัวเกมจะมีการสอนเล่นก่อนเริ่มเล่นกับคนจริง ๆ แต่ส่วนที่เกมสอนตอนเริ่มนั้นเป็นเพียงพื้นฐานส่วนที่เล็กมาก ๆ ซึ่งยังขาดรายละเอียดต่าง ๆ ไปพอสมควร

และด้วยความรู้เท่านั้น รับรองว่าไปลงแรงค์โดนด่าเหมือนรูปด้านบนแน่นอนครับ ฮ่า ๆ

เหตุผลที่เขียนคู่มือเกม RoV อันนี้ขึ้นมาก็เพราะบทความหรือคลิปอื่น ๆ ที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตนั้นก็ยังไม่ได้ครอบคลุมถึงเนื้อหาล่าสุด

และทาง RoV เองก็ไม่ได้มีหนังสือคู่มือตีพิมพ์ออกมาอย่างจริงจัง ทำให้ไม่ตอบโจทย์ของผู้เล่น RoV ครั้งแรกเท่าไรนัก เนื่องจากข้อมูลมันเก่าเกินไปแล้ว

ผมเลยตัดสินใจเขียนคู่มือนี้ขึ้นมา โดยจะทำการอัปเดตให้ข้อมูลล่าสุดเรื่อย ๆ ให้ผู้เล่นใหม่ ๆ ได้อ่านกัน

ส่วนใหญ่แล้วผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาเล่นเกม RoV นั้นไม่เคยเล่นเกมแนว Moba มาก่อนเลยอาจทำให้มีคำถามในใจมากมาย โดยหลังจากที่อ่านคู่มือ RoV ฉบับสมบูรณ์ นี้แล้วคุณจะรู้ว่า

  • เกม RoV คืออะไร?
  • เกมส์ RoV เล่นยังไง
  • วิธีเล่นเกม RoV ยังไงให้ชนะ?
  • วิธีเล่น RoV ยังไงให้เทพ?
  • หลักการเล่น RoV เบื้องต้น
  • การจัดรูน RoV
  • การออก Item RoV
  • เลนต่าง ๆ ใน RoV
  • การเลือกตัวละคร RoV ยังไงให้เกมได้เปรียบ
  • วิธีการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเรือย ๆ ในฐานะผู้เล่น RoV
  • วิธีการไต่แรงค์ RoV
  • และเทคนิคหรือทริคอื่น ๆ อีกมากมาย

พื้นฐาน RoV เบื้องต้น

ก่อนที่จะเล่นเกมอะไรก็ตามไม่ใช่แค่ RoV เราก็จำเป็นที่จะต้องรู้พื้นฐานซะก่อน ไม่งั้นจะต่อยอดได้ยากมาก ซึ่งในเกม RoV นั้นไม่ได้มีสูตรตายตัว แต่มีพื้นฐานหลัก ๆ อยู่ทั้งหมด 8 เรื่องคือ:

ในเกมมีตำแหน่งอะไรบ้าง?

เกม RoV เป็นเกมต่อสู้แบบ 5v5 ซึ่งแต่ละคนในทีมก็จะมีตำแหน่งกันออกไป เพื่อการสร้างกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งมาสนับสนุนกันและกัน โดยมีตำแหน่งหลัก ๆ ดังนี้:

แครี่ rov
ส่วนใหญ่จะเป็นตัวยิงไกล (ถือปืน ถือธนูกันเพียบ) C[y[l,[^iIN 2019
  • แครี่: เป็นตัวละครมีดาเมจที่รุนแรงแต่จำเป็นต้องใช้ไอเทมหลายชิ้น โดยส่วนมากโจมตีเป็นกายภาพ และมีพลังชีวิตไม่ค่อยมากนัก ถูกสังหารได้ง่าย มักตกเป็นเป้าของแอสซาซิน หน้าที่หลักของแครี่คือการทำดาเมจให้เยอะและไวที่สุด โดยส่วนมากจะเป็นตัวละครประเภทโจมตีไกล
แทงค์ rov
พวกนี้จะอึด ๆ ทำหน้าที่รับดาเมจ
  • แทงค์: เป็นตัวละครที่มีดาเมจน้อย แต่มีความโดดเด่นในความอึด รวมทั้งมี CC ในการทำจังหวะให้เพื่อน แทงค์มีความสามารถในการทำดาเมจทั้งกายภาพและเวทมนต์ หน้าที่หลักของเขาคือสร้างเพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทีมสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยส่วนมากเป็นตัวละครประเภทโจมตีใกล้
ไฟท์เตอร์ rov
พวกนี้จะออกแนวยืนสู้กับศัตรูแบบตัวต่อตัว
  • ไฟท์เตอร์: เป็นตัวละครที่มีทั้งความอึดและความสามารถในการทำดาเมจระดับหนึ่ง รวมทั้งมี CC ติดตัวด้วย ถึงแม้จะดูทำได้ทุกอย่าง แต่ตัวละครประเภทนี้มักจะอยู่ตรงกลางไปไม่สุดซักทาง หน้าที่หลักของไฟท์เตอร์คือการเติมเต็มทีม
  • เช่น ถ้าทีมขาดดาเมจเขาก็จะเข้าไปช่วยทำดาเมจ หรือถ้าแทงค์รับดาเมจไม่ไหว ก็จะช่วยเข้าไปแบ่งรับภาระ และในบางครั้งก็ทำหน้าที่แยกดันป้อมดึงความสนใจด้วย โดยส่วนมากมักเป็นตัวละครประเภทโจมตีใกล้
เมจ rov
พวกนี้ทำดาเมจเวททีเดียวแรง ๆ
  • เมจ: เป็นตัวละครที่มีดาเมจสูงเหมือนแครี่ แต่จุดเด่นที่แบ่งแยกจากแครี่คือทำดาเมจเป็นเวทมนต์ และส่วนมากจะทำดาเมจหมู่ด้วย ในขณะที่แครี่ทำดาเมจใส่เป้าหมายเดีว เมจมีพลังชีวิตที่ต่ำ ถูกตกเป็นเป้าเสมอ หน้าที่หลักของเมจคือการทำดาเมจใส่เป้าหมายให้เยอะและมากที่สุด โดยส่วนมากมักเป็นตัวละครประเภทโจมตีไกล
แอสซาซิน rov
พวกนี้เน้นฆ่าแนวหลังศัตรู
  • แอสซาซิน: เป็นตัวละครที่มีดาเมจสูง เน้นการทำดาเมจแบบ Burst (ทำดาเมจเยอะ ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ ) และมีความสามารถในการเคลื่อนที่สูง หรือเป็นตัวละครที่พริ้วที่สุดนั่นเอง หน้าที่หลักของแอสซาซินคือเข้าไปลอบสังหารแครี่และเมจของศัตรู และหลบหนีออกมา โดยส่วนมากมักจะตัวละครประเภทโจมตีใกล้
ซัพพอร์ท rov
พวกนี้เน้นช่วยเหลือเพื่อนเป็นหลัก
  • ซัพพอร์ท: เป็นตัวละครที่มีดาเมจต่ำ แต่มีจุดเด่นคือความสามารถต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเพื่อน เช่นการสร้างโล่, การบัฟเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่, การชุบชีวิต และอื่น ๆ อีกมากมายที่ต่ำแหน่งอื่นไม่มี
  • หน้าที่หลักคล้าย ๆ แทงค์คือทำให้เพื่อนร่วมทีมทำหน้าที่ของตัวเองได้ง่ายขึ้น จะไม่เน้นการรับดาเมจ แต่จะช่วยเหลือเพื่อนด้วยสกิลสนับสนุนของพวกเขาแทน เช่นป้องกันแครี่หรือเมจเป็นหลัก

คำศัพท์ที่มักจะใช้และเจอในเกม

คำศัพท์ rov
ถ้าไม่เข้าใจศัพท์จะสื่อสารกับเพื่อนในเกมได้ยากมาก ๆ เพราะเวลาเพื่อนใช้คำสั่งพวกนี้จะไม่รู้เรื่อง

 

 

คำศัพท์ในเกม RoV เป็นสิ่งที่ควรรู้มาก ๆ ก่อนเล่นเพราะไม่งั้นจะสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมไม่รู้เรื่อง

นอกจากนี้การรู้คำศัพท์ยังทำให้เราสามารถเข้าใจตัวเกมมากขึ้น ทำให้เราวิเคราะห์และต่อยอดความรู้ของเราได้ สำคัญสุด ๆ สำหรับผู้เล่น RoV ทุกคน จะพยายามไล่เท่าที่จำเป็นให้:

  • บัฟ: สิ่งที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะนั้น ๆ เช่น บัฟความเร็วในการโจมตีคือสกิลหรือความสามารถที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการโจมตี หรืออีกบริบทหนึ่งที่ใช้กันคือ เอาไว้เรียกตัวละครที่ได้รับการอัปเดตมาให้แข็งแกร่งขึ้น เช่น ในแพตช์นี้ Valhein ถูกบัฟ แปลว่า ในแพตช์นี้ Valhein ถูกปรับให้แข็งแกร่งขึ้น
  • เนิฟ: การปรับให้ตัวละครนั้นอ่อนแอลง เช่น ในแพตช์นี้ Valhein ถูกเนิฟ แปลว่า ในแพตช์นี้ Valhein อ่อนแอลง
  • แพตช์: เวอร์ชันของเกม โดยปกติ RoV จะทำการอัปเดตเรื่อย ๆ อยู่แล้ว ทำให้มีการอัปเดตแพตช์เรื่อย ๆ เพื่อทำให้ตัวเกมทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งปรับแก้สมดุลให้ฮีโร่ที่แข็งแกร่งเกินไปอ่อนแอลง และฮีโร่ที่อ่อนแอเกินไป แข็งแกร่งมากขึ้นด้วย
  • CC (Crowd Control): แปลว่าความสามารถในการทำให้ศัตรูผิดปกตินั่นเอง เช่น การทำให้หยุดนิ่ง, การทำให้เคลื่อนที่ช้าลง, การทำให้ศัตรูร่ายสกิลไม่ได้ และอื่น ๆ
  • สตั๊น (Stun): สถานะที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่, การโจมตีปกติ, การใช้สกิล, การใช้ชาเลนเจอร์สกิล หนึ่งใน CC ที่เจอบ่อยมาก
  • สโลว์ (Slow): สถานะที่ทำให้ช้าลง ซึ่งมี 2 รูปแบบคือ เคลื่อนที่ช้าลง และโจมตีปกติช้าลง
  • ดูดเลือด: เอฟเฟคการฟื้นฟูพลังชีวิตจากการโจมตีปกติ เช่น ใส่ไอเทมดูดเลือด 10% และโจมตีปกติทำความเสียหายใส่ครีป 100 เลือดของเราก็จะเพิ่ม 10 นั่นเอง (10% ของ 100)
  • เวทแวมไพร์: เอฟเฟคการฟื้นฟูพลังชีวิตจากการใช้สกิล เช่น ใส่ไอเทมเวทแวมไพร์ 10% และใช้สกิลทำความเสียหายใส่ครีป 100 เลือดของเราก็จะเพิ่ม 10 นั่นเอง (10% ของ 100)
  • ดาเมจ (Damage): ความเสียหายที่ได้รับ หรือพลังโจมตีของเรา (การโจมตีปกติ หรือสกิล) ใช้ได้หลากหลายบริบท เช่น ตัวละครนี้ทำดาเมจได้เยอะมาก แปลว่า ตัวละครนี้สร้างความเสียหายให้กับคนอื่นได้มาก หรือเราโดนดาเมจเยอะ แปลว่า ตัวละครของเราได้รับความเสียหายมาก
  • เกราะ: ค่าที่ช่วยลดความเสียหายทางกายภาพ ยิ่งมีเยอะยิ่งโดนดาเมจกายภาพน้อย
  • ต้านเวท: ค่าที่ช่วยลดความเสียหายทางเวท ยิ่งมีเยอะยิ่งโดนดาเมจเวทน้อย
  • พลังโจมตี (AD): ค่าที่บ่งบอกว่า การโจมตีปกติเรารุนแรงขนาดไหน ยิ่งมีเยอะยิ่งโจมตีปกติแรง (และสกิลประเภทกายภาพส่วนใหญ่ก็มักจะแรงขึ้นตามพลังโจมตี)
  • พลังเวท (AP): ค่าที่บ่งบอกว่า สกิลประเภทเวทของเรารุนแรงขนาดไหน ยิ่งมีเยอะยิ่งใช้สกิลประเภทเวทแรง
  • พลังชีวิต/เลือด (HP): หลอดสีเขียว ยิ่งมีเยอะยิ่งรับดาเมจได้เยอะ ถ้าเกิดพลังชีวิตเหลือ 0 จะตาย เช่น มีพลังชีวิต 1,000 และโดนดาเมจ 300 ก็จะเหลือพลังชีวิต 700 แต่ไม่ตาย แต่ถ้าโดนดาเมจ 1,000 ก็จะตายทันที
  • มานา (MP): หลอดสีฟ้าข้างใต้หลอดสีเขียว เป็นค่าที่เอาไว้ใช้ในการใช้สกิล ถ้ามานาไม่พอ ก็จะไม่สามารถใช้สกิลนั้น ๆ ได้ เช่น สกิล 1 ใช้มานา 300 และเรามีมานา 600 ก็จะเท่ากับว่าใช้สกิล 1 ได้ 2 รอบนั่นเอง
  • ดันป้อม: การทำลายป้อมของศัตรู
  • ฟาร์ม: การเก็บเงินและเลเวลให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะแข็งแกร่งกว่าคนอื่น
  • ครีป: ตัวที่เดินไปยังเลนต่าง ๆ 
  • เกิด: การที่แข็งแกร่งนำไปไกลกว่าคนอื่น ๆ
  • แบก: การที่คน ๆ เดียวทำให้เกมขึ้นนำหรือชนะ
  • ไก่: การที่ฝีมือต่ำกว่ามาตรฐาน
  • แจก: การไปให้ศัตรูสังหารบ่อย ๆ
  • GG (Good Game): เป็นคำที่พิมพ์ช่วงจบเกมเพื่อเป็นมารยาทว่า ‘เกมนี้เป็นเกมที่สนุกนะ’ แต่หลัง ๆ มาถูกเอามาใช้เป็นคำประชดแทน เช่น ในช่วงเริ่มเกมมีการพิมพ์ GG เกิดขึ้นเป็นการสื่อนัย ๆ ว่า ‘เกมนี้แพ้แล้ว’
  • เมต้า (Meta): ย่อมาจาก Most Effective Tactics Available หรือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในเวลานั้น เป็นคำที่มักจะใช้เรียกกลยุทธ์, ตัวละคร หรือวิธีการเล่นที่มีทำให้มีโอากสชนะเยอะที่สุดในตอนนั้น
  • คูลดาวน์ (CD): ระยะเวลาก่อนที่จะใช้สกิลนั้น ๆ ครั้งต่อไปได้ เช่น สกิล 1 คูลดาวน์ 10 วินาที แปลว่า เมื่อใช้สกิล 1 เสร็จ จะไม่สามารถใช้สกิลนั้นได้อีก 10 วินาทีถึงแม้จะมีมานาพอก็ตาม
  • อันติ (Ultimate): คือสกิลที่ 3 ของตัวละครนั้น ๆ
  • แก็งค์: การไปเลนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เลนของเราเพื่อทำการช่วยเพื่อนสังหารศัตรู
  • ออกของ: ซื้อไอเทมในเกม เช่น เมื่อมีคนถามว่า ออกของ RoV ยังไงให้โหด ก็แปลว่า การซื้อไอเทม RoV ยังไงให้โหด
  • ไฟท์/ทีมไฟท์: การปะทะกันของผู้เล่นหลาย ๆ คนทั้ง 2 ทีม
  • Dive: การเข้าไปสังหารศัตรูในป้อมของศัตรู
  • หัวร้อน: อาการหงุดหงิดหรือโมโห เมื่อตัวเกมไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้
  • ตัดเลือด: ไอเทมประเภทที่ทำให้สดอัตราการฟื้นฟูเลือดของศัตรู ในเกม RoV มี 2 ชิ้นได้แก่ Curse of Death และ Soul Scroll

ไปเลนไหนดี?

แผนที่ rov

สิ่งแรก ๆ ที่ผู้เล่นมือใหม่ควรตัดสินใจคือ การเลือกเลนที่ตัวเองจะเล่น เพราะการเล่นในเลนที่ตัวเองไม่ถนัดนั้นทำให้ดึงฝีมือของตัวเราออกมาได้ไม่เต็มที่

แนะนำว่าในช่วงแรกให้ลองเล่นทุก ๆ เลนเลย เพราะจะได้รู้ว่า เราถนัดหรือชอบเลนไหนที่สุด โดยแบ่งเป็นทั้งหมดหลัก ๆ 5 เลน:

  • เลน Dark Slayer หรือเลนมังกรเล็ก: ส่วนใหญ่เป็นเลนที่ไฟท์เตอร์หรือแทงค์มักจะไป และเป็นเลนที่ต้องเล่นคนเดียว หน้าที่หลัก ๆ ของเลนนี้คือกันป้อมไม่ให้แตก และคอยไปช่วยเลนกลางให้บ่อยที่สุด
  • เลน  Abyssal Dragon หรือเลนมังกรใหญ่: เป็นเลนที่แครี่อยู่ประจำ เลนนี้มักจะมีโรมมาช่วยบ่อย หน้าที่หลัก ๆ ของเลนนี้คือกันป้อมไม่ให้แตกเหมือนกัน แต่จะต้องคอยไปช่วยทั้งเลนกลาง และสังหาร Abyssal Dragon ด้วย ทำให้เกิดการปะทะบ่อย
  • ป่า: ตรงตัวเลยคือ บริเวณป่าในฝั่งของเรา เป็นเลนที่ได้เงินและค่าประสบการณ์เยอะที่สุด (ไม่รู้เรียกว่าเลนได้มั้ย แต่เพื่อความเรียบง่ายจะเรียกว่าเลนนะครับ ฮ่า ๆ ) มีความสำคัญอันดับต้น ๆ ในเกม ต้องคอยไปช่วยเหลือเพื่อนในเลนต่าง ๆ และสังหาร Objective อย่าง Abyssal Dragon และ Dark Slayer ส่วนใหญ่แอสซาซินหรือแครี่มักจะไปเลนนี้ เนื่องจากเป้นตำแหน่งที่ต้องใช้ไอเทมและค่าประสบการณ์เยอะ
  • เลนกลาง: ส่วนใหญ่มักเป็นเลนที่เมจไป แต่บางครั้งแครี่หรือไฟท์เตอร์ก็มาเลนนี้ หน้าที่หลัก ๆ ก็คือการป้องกันไม่ให้ป้อมแตก และไปช่วยเลนอื่นให้มากที่สุด รวมทั้งป่าด้วย เนื่องจากเลนกลางอยู่ตรงกลางแผนที่ ทำให้ไปช่วยเลนอื่นได้ง่าย
  • โรม: ส่วนใหญ่มักจะเป็นเลนที่แทงค์และซัพพอร์ทไป หน้าที่หลัก ๆ คือทำให้แครี่ และเพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายที่สุด เช่น การเดินไปเปิดแผนที่ตามพุ่มไม้ต่าง ๆ

ตัวละครเยอะมาก เลือกไม่ถูก เลือกตัวไหนดี?

ตัวละคร rov
Doyser จัดอันดับตัวละครหลายตัวไม่เท่ากัน

ในหัวข้อนี้จะไม่ได้ทำการไล่ตัวละคร RoV (RoV Character) ทั้งหมดหรือชื่อ RoV ทั้งหมดให้ดู แต่จะเป็นการแนะนำแนวทางว่าควรเลือก Hero ใน RoV ตัวไหนเพื่อทำให้ชนะเยอะที่สุด

ผู้เล่นควรเลือกตัวละครหรือเลือก Hero ในเกม RoV ตามเลนที่ตัวเองเล่นเป็นหลัก โดยฮีโร่แต่ละตัวนั้นจะเล่นได้หลัก ๆ ประมาณ 1-2 เลนอยู่แล้ว

ถ้าเป็นไปได้ให้เล่นตัวละครที่กำลัง Meta อยู่เป็นหลัก และพยายามเล่นตัวละครนั้นไปเรื่อย ๆ ก่อนอย่าเพิ่งรีบเปลี่ยนตัวจนกว่าจะถนัดมือ

การเล่นตัวละครที่กำลังเป็น Meta อยู่นั้นมีข้อดีหลายอย่าง เช่น

  • สามารถศึกษาได้จากคนอื่น ๆ อย่างโปรเพลย์เยอร์หรือ Youtuber อย่าง DoySer ได้ว่าควรเล่นตัวละครนี้ยังไง
  • เป็นตัวละครที่แข็งแกร่งในแพตช์นั้นทำให้มีโอกาสชนะเยอะ
  • เพื่อนร่วมทีมจะรู้สึกอุ่นใจเพราะรู้ว่า ทีมมีตัวละครที่แข็งแกร่งอยู่

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นควรจะศึกษาด้วยว่า ตัวละครที่เราเล่นอยู่นั้นมีข้อดี/ข้อเสียยังไง และชนะทาง/แพ้ทางตัวละครไหนบ้าง

พราะการที่เล่นแบบหลับหูหลับตาเล่นไปเรื่อย ๆ ถึงแม้จะเป็นตัวละคร Meta ก็ตาม มันก็มีตัวที่แพ้ทางจนทำให้โอกาสชนะเราน้อยมากได้เช่นกัน

และแน่นอนว่า ตัวละครไหนที่เราเล่นแล้วคิดว่าเข้ามือเราที่สุดก็สามารถเล่นได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นตัว Meta เสมอไป

เพราะถ้าเกิดเลือกตัว Meta มาแล้วเล่นไม่เป็น ไปเล่นตัวธรรมดาที่เราถนัดแล้วดึงประสิทธิภาพออกมาได้เยอะดีกว่า

ในทางกลับกัน ถึงแม้จะไม่เล่นตัว Meta ก็สามารถเล่นตัวฟรีที่เกมให้มาได้ เช่น Valhein, Zanis และอื่น ๆ ก็สามารถเอาชนะรัว ๆ ได้เหมือนกัน

แล้วรูนจะใช้อะไรยังไงดี?

รูน rov
รูนมี 3 สีหลัก ๆ แต่จะปลดล็อคทั้งหมดเมื่อบัญชีเลเวล 30

รูนคือสิ่งที่ใส่เพื่อเพิ่มค่าสถานะของตัวละครเราก่อนเริ่มเกม ซึ่งรูนนั้นก็มีหลากหลายสาย เพื่อส่งเสริมค่าสถานะที่เหมาะกับสายต่าง ๆ

แนะนำว่า เป็นสิ่งแรกที่ควรเก็บเงินซื้อก่อนตัวละคร อย่างน้อย ๆ ควรซื้อรูนเลเวล 2 มาใช้ก่อนค่อยเริ่มเก็บเงินไปซื้อตัวละครที่ชอบ

การไม่มีรูนหรือใช้รูนที่ผิดถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ เพราะถ้าคำนวณรวม ๆ กันแล้ว การใส่รูนเลเวล 3 ครบทำให้เราได้เปรียบเหมือนได้ค่าสถานะไอเทมมากกว่าคนอื่น 1 ชิ้นเลยทีเดียว

แต่แน่นอนว่าการที่จะซื้อรูนเลเวล 3 ครบได้ทั้งหน้านั้นต้องใช้เวลา เพราะใช้เงินในการซื้อพอสมควรเกือบ 3 หมื่น ผู้เล่นใหม่ควรอดทนนิดนึง และนี่เป็นอีกเหตุผลว่า ทำไมเราควรหาตำแหน่งหรือเลนที่เราถนัดให้ได้เป็นอันดับแรก

เพราะถ้าเกิดเปลี่ยนใจทีหลัง ต้องซื้อรูนใหม่ทั้งเซ็ท เนื่องจากแต่ละเลนใช้รูนไม่เหมือนกันนั่นเอง (โดนมาแล้วหลายหมื่น ตอนแรกกะจะเล่นแครี่สุดท้ายรู้ตัวว่าถนัดโรม)

วิธีการจัดรูน RoV นั้นก็จะมีวิธีง่าย ๆ คือการจัดตามโปรเพลย์เยอร์หรือ Youtuber นั่นเอง เพราะพวกนี้จะพิสูจน์มาแล้วว่ารูนเหล่านั้นดีกับตัวละครนั้นจริง

วิธีการก็ง่าย ๆ สมมุติอยากจัดรูนของ Yorn ก็พิมพ์ใน Youtube ว่า ‘yorn rov’ จากนั้นเลือกตัวกรองเป็นซักสัปดาห์หรือเดือนนี้ก็ได้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สดใหม่

และให้ดูวิดีโอว่าเจ้าของช่องนั้นแรงค์อะไร (ปกติจะมีบอกในช่วงต้นหรือท้ายคลิป) ถ้าเกิดระดับ Commander หรือ Conqueror ก็ไว้ใจจัดรูนตามที่บอกในคลิปได้เลย

yorn rov
ค้นหาคำว่า ‘yorn rov’ ใน youtube
รูน yorn rov
ในคลิปมักจะมีโชว์บอกเสมอว่าใช้รูนอะไร
แรงค์ rov
ช่วงต้นหรือท้ายคลิปมักจะมีบอกว่า คนนั้น ๆ แรงค์อะไร

แต่เอาจริง ๆ ถ้าเรามีรูนของสายนั้น ๆ อยู่แล้วก็ใช้แทนกันได้ เช่นมีรูนของ Valhein ที่เป็นสายแครี่ ก็พอจะนำไปใช้กับ Violet ที่เป็นแครี่เหมือนกันได้เช่นกันไม่ต้องซื้อรูนใหม่สำหรับทุก ๆ ตัว

พลังแฝงคืออะไร และใช้แบบไหนดี?

พลังแฝง rov
พลังแฝงมี 4 แบบ แต่ละสายก็ดีแตกต่างกันออกไป

พลังแฝงเป็นระบบใหม่ที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาในเกมใน RoV 3.0 มันเหมือนรูนแต่มีเอฟเฟคมากกว่าการเพิ่มค่าสถานะ พลังแฝงไม่จำเป็นต้องซื้อ มีให้ครบสำหรับทุกคนตั้งแต่เริ่มเลย โดยจะแบ่งเป็นทั้งหมด 4 สาย:

  • Lokheim เหมาะสำหรับไฟท์เตอร์ และแอสซาซิน
  • Veda เหมาะสำหรับเมจและแครี่
  • Afata เหมาะสำหรับแทงค์และซัพพอร์ท
  • Human สายเฉพาะทางสำหรับกลยุทธ์แปลก ๆ

โครงสร้างของพลังแฝงนั้นจะแบ่งเป็นย่อยข้างในอีก 3 ระดับ ได้แก่ I, II และ III

ในระดับที่ I และ III จะสามารถเลือกได้ 3 ตัวเลือก และระดับ II จะเลือกได้เพียง 2 ตัวเลือกเท่านั้น และเวลาเลือกตัวเลือกในแต่ละระดับจะสามารถเลือกได้เพียง 1 ตัวเลือกเท่านั้น

ใน 1 หน้าพลังแฝงจะสามารถเลือกได้สูงสุดที่ 3 สาย โดยจะมีสายหลัก 1 สาย และสายรอง 2 สาย ในสายหลักจะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่ระดับที่ I ถึง III

แต่ในสายรองจะสามารถใช้ได้เพียงระดับ I เท่านั้น เช่นเลือกสายหลักเป็น Lokheim I,II,III , สายรองเป็น Veda I และสายรองเป็น Afta I

แต่มีอีกกรณีที่สามารถทำให้สามารถใช้ระดับ II ของสายรองได้ ให้ทำการเลือกสายรองเป็นสายเดียวกันนั่นเอง เช่น สายหลัก Lokheim I, II, III, สายรองเป็น Veda I และสายรองเป็น Veda II

ดูเป็นภาพดีกว่าน่าจะเข้าใจง่ายกว่า

กรณีที่มี 3 สาย (สายรอง 2 สาย)

พลังแฝง Grak
ตัวอย่างของพลังแฝงหลัก 1 สาย และสายรอง 2 สาย

กรณีที่มี 2 สาย (สายรอง 1 สาย)

พลังแฝงฮีโร่ RoV
ตัวอย่างของพลังแฝงหลัก 1 สาย และสายรอง 2 สาย

Lokheim

lokheim rov
เหมาะสำหรับฮีโร่สายไฟท์เตอร์ และแอสซาซิน
ระดับ I
Raging Inferno
เน้น Burst ดาเมจ
  • Raging Inferno: การโจมตีปกติ/สกิลใส่ฮีโร่ศัตรูจะทำความเสียหายเพิ่มอีก 50 (+5 ต่อเลเวล)(0.25AP)(0.35 โบนัส AD) มีคูลดาวน์ 8 วินาที
Shadow Step
เหมาะสำหรับตัวที่สกิลพุ่งเยอะ ๆ
  • Shadow Blade: หลังจากที่ใช้สกิลในการเคลื่อนที่ทุกชนิด จะได้รับบัฟ 1 ครั้งเป็นเวลา 2 วินาที (เก็บบัฟได้สูงสุด 3 ครั้ง) บัฟนี้จะทำให้การโจมตีปกติครั้งต่อไปสร้างโบนัสความเสียหายกายภาพเพิ่มเติม 30 (+5 ต่อเลเวล) ต่อ 1 บัฟ และการโจมตีปกติจะใช้งานบัฟนั้นทีเดียวเลย ทำให้เอฟเฟคซ้อนทับกันได้ เช่น มีบัฟ 2 ครั้งสะสมไว้ การโจมตีปกติครั้งต่อไปก็จะโบนัสความเสียหายกายภาพเพิ่มเติม (30 (+5 ต่อเลเวล))*2 นั่นเอง
Devourer
ไม่ต้องฆ่าก็ได้เอฟเฟคนี้ แค่สนับสนุนพอ
  • Devourer: หลังจากที่ทำการสังหาร (Kill) หรือสนับสนุน (Assit) จะฟื้นฟูพลังชีวิตที่หายไป 9% และมานาที่หายไป 15% 
ระดับ II
Bone Cutter
สายแทงค์ควรเอามา
  • Bone Cutter: ต้านสถานะมากขึ้น 10%
Deadly Claw
บวกดาเมจเยอะมาก ๆ
  • Deadly Claw: ได้รับพลังโจมตี 12-40 (ตามเลเวลที่เพิ่มขึ้น) และพลังเวท 18-60 (ตามเลเวลที่เพิ่มขึ้น)
ระดับ III
Desperate Duel
เหมาะกับตัวแบบ Kil’Groth
  • Desperate Duel: การโจมตีปกติหรือสกิลใส่ฮีโร่ศัตรูจะทำการสะสมบัฟ 2 ครั้ง (ถ้าเป็นสายโจมตีไกลจะได้ทีละ 1 ครั้ง) เป็นเวลา 3 วินาที โดยจะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 2 ถ้าเกิดสะสมครบ 10 ครั้งจะฟื้นฟูเลือดที่หายไป 15%  พร้อมทั้งได้รับโบนัสการเจาะเกราะและเจาะเวท 15% (5% สำหรับสายโจมตีไกล)
Curse of Death
เหมาะกับแอสซาซินมาก
  • Curse of Death: การโจมตีปกติหรือสกิลใส่ศัตรูจะทำการสร้างสัญลักษณ์ไว้ 1 ครั้งเป็นเวลา 1.5 วินาที ถ้าเป้าหมายนั้นมี 3 สัญลักษณ์ จะได้รับความเสียหาย 50 (+5 ต่อเลเวล)(+0.25 โบนัสพลังโจมตี)(0.2 พลังเวท) เป็นระยะ 2.5 เมตรรอบ ๆ และ 1 วินาทีหลังจากนั้น เป้าหมายจะได้รับความเสียหายอีก 100 (+10 ต่อเลเวล)(+0.5 โบนัสพลังโจมตี)(0.4พลังเวท) เป็นะระยะ 2.5 เมตรรอบ ๆ นั้นเช่นกัน, มีคูลดาวน์ 15 วินาที
Devil's Awakening
เหมาะกับพวกตัวที่ใช้ Ultimate ในคอมโบ
  • Devil’s Awakening: เมื่อใช้ Ultimate จะลดคูลดาวน์สกิล 1 และ 2 ลง 50% ทันที และได้รับบัฟลดคูลดาวน์ 20% และลดดาเมจที่ได้รับ 10% เป็นเวลา 6 วินาที ถ้าเกิดทำการสังหารหรือสนับสนุนในะระยะเวลาที่มีบัฟนี้ จะยืดระยะเวลาบัฟออกไปอีก 3 วินาที, มีคูลดาวน์ 30 วินาที

Veda

veda rov
เหมาะกับแครี่และเมจ
ระดับ I
Sacred Bead
แต่คูลดาวน์ยังสุดที่ 40% เหมือนเดิมนะ
  • Sacred Bead: ลดคูลดาวน์ Ultimate 10% (นับรวมกับผลการลดคูลดาวน์ปกติ)
Mana Refill
ตัวไหนมานาหมดบ่อย เอามาเลย
  • Mana Refill: ฟื้นฟูมานา 8% เมื่อทำการโจมตีปกติหรือสกิลใส่ฮีโร่ศัตรู, มีคูลดาวน์ 5 วินาที
Axe of Sacrifice
คุ้มมาก ใช้ได้เกือบทุกตัว
  • Axe of Sacrifice: ทำดาเมจมากขึ้น 3% แต่ได้รับดาเมจมากขึ้น 2% (ถ้าเป็นฮีโร่โจมตีใกล้จะได้รับดาเมจมากขึ้นแค่ 1%)
ระดับ II
Holy Verdict
พวกที่ทำดาเมจสองประเภทควรเอามา
  • Holy Verdict: ได้รับเจาะเกราะ/เจาะเกราะเวท 18 (+3 ต่อเลเวล)
Blessing
ใช้กับแครี่ก็ดี ทำให้ติดคริบ่อยขึ้นมาก
  • Blessing: ได้รับอัตราการคริติดคอลจากไอเทม 16% และโบนัสพลังเวทจากไอเทม 8%
ระดับ III
Sacred Protection
ไม่รู้จะเอาอะไรมา เลือกอันนี้
  • Sacred Protection: ถ้าได้รับความเสียหายเกิน 30% ของ HP สูงสุดภายใน 3 วินาที และจะสร้างโล่ขึ้นมารับความเสียหายได้ 550 (+60 ต่อเลเวล) และได้รับบัฟเวทแวมไพร์ 20% ซึ่งทั้งสองอย่างจะอยู่เป็นเวลา 6 วินาที แต่ถ้าได้ฆ่าหรือสนับสนุนจะยืดระยะเวลาของบัฟออกไปอีก 3 วินาที, มีคูลดาวน์ 30 วินาที
Holy Thunder
ช่วย Burst เพิ่มได้ดี
  • Holy Thunder: การโจมตีปกติหรือการใช้สกิลใส่ศัตรูครั้งแรกจะมีโบนัสความเสียหาย 100 (+10 ต่อเลเวล)(0.4 โบนัสพลังโจมตี)(0.3 พลังเวท) การโจมตีปกติหรือใช้สกิลจะลดคูลดาวน์สกิลนี้ลง 1 วินาที, มีคูลดาวน์ 15 วินาที
Holy Summoner
แครี่ตีไว ๆ เอามาดีมาก
  • Holy Summoner: เมื่อโจมตีปกติใส่ศัตรู 3 ครั้งแบบต่อเนื่องจะเรียกแฟรี่ออกมาช่วยโจมตี 5 วินาที แฟรี่จะโจมตีเป้าหมายเดียวกับเรา ด้วยพลังโจมตี 0.4 พลังโจมตี และมีเจาะเกราะ 15%, คูลดาวน์ 10 วินาที

Afata

Afata RoV
เหมาะกับซัพพอร์ทและแทงค์
ระดับ I
Tower Blessing
รู้ว่าต้องเกาะป้อมเอามาเลย
  • Tower Blessing: เมื่ออยู่ในระยะป้อม (ทั้งฝั่งเราและศัตรู) จะได้รับการต้านสถานะเพิ่มขึ้น 15% และลดความเสียหายที่ได้รับลง 10%
Backstabbing
เหมาะกับ Riktor, Y’bneth
  • Backstabbing: หลังจากเข้าพุ่มไม้ การโจมตีปกติครั้งต่อไปจะสร้างโบนัสความเสียหายจริง 4% ของ HP ที่เหลืออยู่ของเป้าหมาย เอฟเฟคนี้มีผล 4 วินาทีหลังออกจากพุ่มไม้ แต่ถ้าอยู่ในพุ่มไม้เอฟเฟคนี้จะอยู่เรื่อย ๆ, มีคูลดาวน์ 20 วินาที
River Treader
โรมควรเอามา
  • River Treader: เมื่ออยู่บริเวณแม่น้ำจะได้รับความเร็วในการเคลื่อนที่ 10 หน่วยและโบนัสฟื้นฟูพลังชีวิต 20 และมานา 10 หน่วยทุก ๆ 5 วินาที
ระดับ II
Nature's Gift
เลือกออันี้ถ้าไม่ได้ดูดเลือดหนัก ๆ
  • Nature’s Gift: เมื่อมีครีปหรือมอนสเตอร์ป่าตายใกล้ ๆ (ไม่ว่าเราจะฆ่าเองหรือใครฆ่าก็ตาม) จะได้รับบัฟ 1 ครั้ง, ถ้าเป็นมอนสเตอร์ป่าจะได้รับบัฟ 2 ครั้ง และถ้าเป็นมอนสเตอร์ระดับ Epic (Dark Slayer, Abyssal Dragon, Spirit Sentinel) จะได้รับบัฟ 3 ครั้ง โดยการบัฟแต่ละครั้งจะทำให้เราเพิ่มพลังชีวิตแบบถาวร 8 หน่วยตลอดทั้งเกม สามารถทับซ้อนกันได้สูงสุด 100 ครั้ง
Regrowth
เหมาะกับ Taara
  • Regrowth: เอฟเฟคของการฟื้นฟูและโล่ทุกชนิดจะเพิ่มขึ้น 10% และถ้าพลังชีวิตของเป้าหมายต่ำกว่า 50% จะทำให้เอฟเฟคนี้เพิ่มขึ้นอีก 10% รวมเป็นทั้งหมด 20%
Forest Wanderer
โรมตีไกลควรเอามา
  • Forest Wanderer: เมื่อไม่ได้ทำการต่อสู้เป็นระยะเวลาหนึ่ง จะได้รับบัฟฟื้นฟูพลังชีวิต 20 และมานา 10 หน่วยทุก ๆ 5 วินาที รวมทั้งจะทำให้การโจมตีครั้งต่อไปลดความเร็วการเคลื่อนที่ของเป้าหมายลง 30% เป็นเวลา 1 วินาที และลดดาเมจที่เป้าหมายนั้นทำได้ลง 30% เป็นระยะเวลา 2 วินาที
Explosive Shield
เหมาะกับแทงค์ที่รับดาเมจหนัก ๆ
  • Explosive Shield: เมื่อถูกโจมตีจะสะสมบัฟ 1 ครั้ง และถ้าครบ 20 ครั้ง จะลบล้างสถานะควบคุมทั้งหมดและระเบิดทำความเสียหายรอบ ๆ ทำความเสียหาย 10% ของพลังชีวิตสูงสุดเป้าหมายที่โดน และเป้าหมายนั้นจะติดสตั๊น 0.75 วินาที นอกจากนี้จะได้รับผลของการฟื้นฟูพลังชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 30% เป็นเวลา 3 วินาทีด้วย
Nature's Rage
เหมาะกับ Baldum, Tee Mee
  • Nature’s Rage: เมื่อเราทำการควบคุมศัตรู (สตั๊น, ยั่วยุ, ผลัก, ทำให้ลอย, แช่แข็ง และอื่น ๆ) จะสร้างการเผาไหม้รอบตัวทำดาเมจ 1% ของพลังชีวิตสูงสุดของเป้าหมายที่โดนทุก ๆ 0.5 วินาที เป็นเวลา 5 วินาที เป้าหมายที่โดนการเผาไหม้นี้จะถูกลดต้านเวทลง 30 หน่วย (+3 ต่อเลเวล) อีกด้วย, มีคูลดาวน์ 25 วินาที

Human

ระดับ I
Arcane Whisper
เหมาะกับโรม
  • Arcane Whisper: ลดคูลดาวน์สกิลชาเลนเจอร์ลง 15%
Reaper's Blessing
แครี่ควรเอามา
  • Reaper’s Blessing: หลังจากที่เกมเริ่มไป 3 นาที จะได้รับเอฟเฟค Death Sickle ที่เป็นบัฟที่จะป้องกันความเสียที่ทำให้ตายได้ 1 ครั้ง และเมื่อทำงานจะทำให้เราเคลื่อนที่ไวขึ้น 20% เป็นเวลา 1 วินาที, เอฟเฟคนี้ใช้งานได้ 1 ครั้งต่อเกมเท่านั้น
Mark of Frost
เมจควรเอามา
  • Mark of Frost: หลังจากเริ่มเกมไป 3 นาที จะได้รับเอฟเฟกต์ Freeze ที่เมื่อกดใช้จะทำให้เป็นอมตะแต่จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย (เคลื่อนที่, โจมตี, ใช้สกิล), เอฟเฟคนี้ใช้งานได้ 1 ครั้งต่อเกมเท่านั้น
ระดับ II
Gunslinger
ป่าควรเอามา
  • Gunslinger: ได้รับบัฟ Gunslinger 1 ครั้ง โดยจะได้รับบัฟนี้เพิ่ม 1 ครั้งถ้าทำการฆ่าหรือสนับสนุน บัฟนี้จะเพิ่มพลังโจมตี 10 และพลังเวท 15 ตลอดทั้งเกม สามารถเก็บสะสมได้มากที่สุด 6 รอบ
Minion Kill
ไม่ค่อยมีประโยชน์มาก
  • Minion Kill: การโจมตีปกติหรือใช้สกิลจะสังหารครีปที่เหลือพลังชีวิตต่ำกว่า 200 ทันที
ระดับ III
Visceral Boost
เหมาะกับ Tee Mee, Cresht
  • Visceral Boost: จะเริ่มเกมด้วยเลเวล 2 ทันที และได้รับค่าประสบการณ์ (XP) เพิ่มขึ้น 50% จนถึงเลเวล 12 แต่ระหว่างนั้นจะได้รับค่าประสบการณ์และโกลด์จากครีปและมอนสเตอร์ป่าน้อยลง 50%
Endless Cycle
เหมาะกับ Xeniel
  • Endless Cycle: เมื่อตายจะได้รับสกิล Resurrection โดยเมื่อกดใช้จะเกิดใหม่ทันทีที่บ่อน้ำพุ และสกิลนี้มีคูลดาวน์ที่ 160-300 วินาที ขึ้นอยู่กับเวลาในเกม

วิธีการเลือกพลังแฝง RoV

วิธีการเลือกว่าตัวละครไหนควรใช้พลังแฝงแบบไหนนั้นก็ง่ายมาก ๆ โดยหลัก ๆ สามารถดูได้ 2 ที่ คือจาก Youtuber และการแนะนำในเกม

วิธีแรกก็ให้ดูจากในคลิปเหมือนตอนที่ดูรูน ส่วนอีกวิธีสามารถกดกไปที่:

จัดเตรียม > พลังแฝง > แนะนำ > โปรเพลย์เยอร์

จากนั้นก็เลือกดูได้เลยว่าอยากใช้ตามโปรเพลย์เยอร์คนไหน ซึ่งการใช้พลังแฝงตามโปรเพลย์เยอร์นั้นมีข้อดีตรงที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าแข็งแกร่งกับฮีโร่ตัวนั้นจริง ๆ จนเอาไปลงแข่งันจริง ๆ เลยนั่นเอง

เลือกพลังแฝง rov
กดไปที่คำว่าแนะนำที่มุมบนจวา ปุ่มสีทอง ๆ
พลังแฝงโปรเพลย์เยอร์ rov
เลือกได้เลยว่าอยากใช้ตามคนไหน

เลือกสกิลชาเลนเจอร์อันไหนดี?

สกิลชาเลนเจอร์เป็นเหมือนสกิลเพิ่มเติมที่ผู้เล่นสามารถเลือกไปใช้ในเกมได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นสกิลที่ใช้เพิ่มสนับสนุนสไตล์การเล่นของฮีโร่นั้น ๆ ทำให้เล่นง่ายขึ้น

การเลือกสกิลชาเลนเจอร์ให้ถูกเป็นสิ่งทีสำคัญมาก โดยจะมีทั้งหมด 9 สกิลได้แก่ (Endurance ถูกเอาออกไปแล้วเลยเหลือ 9)

สกิลชาเลนเจอร์ rov
ส่วนใหญ่ใช้แค่ Flicker กัน
  • Flicker: วาร์ประยะสั้น ๆ ไปยังจุดหมายที่เลือก, มีคูลดาวน์ 120 วินาที
  • Heal: ฟื้นฟู HP 15% และเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ 15% ให้กับเพื่อนร่วมทีมรอบ ๆ เป็นเวลา 2 วินาที, มีคูลดาวน์ 120 วินาที
  • Sprint: ลบสถานะลดความเร็วและได้รับความเร็วเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 70% (จะลดลงเรื่อยๆ ถึง 30%) เป็นเวลา 10 วินาที, มีคูลดาวน์ 100 วินาที
  • Punish: สร้าง 800 ความเสียหายจริง แก่ครีป หรือมอนสเตอร์ป่าที่เลือกจากนั้นส่งผลให้ติดสถานะ สตั๊นเป็นเวลา 1 วินาที, มีคูลดาวน์ 30 วิ
  • Execute: สร้างความเสียหายจริงใส่ฮีโร่ศัตรูรอบ ๆ เป็นจำนวน 16% จากชีวิตของฮีโร่ฝ่ายตรงข้ามที่หายไป (ยิ่งศัตรูเลือดน้อยยิ่งแรง), มีคูลดาวน์ 90 วินาที
  • Roar: ฮีโร่จะได้รับความเร็วโจมตีเพิ่มขึ้น 60% และพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 10% เป็นเวลา 5 วินาที, มีคูลดาวน์ 60 วินาที
  • Disturb: ทำให้ป้อมของศัตรูในบริเวณหยุดทำงานเป็นเวลา 5 วินาที, มีคูลดาวน์ 60 วินาที
  • Dazed: สตั๊นศัตรูรอบๆ 0.5 วินาที พร้อมกับลดพลังโจมตีของศัตรูที่โดนลง 40% เป็นเวลา 2 วินาที, มีคูลดาวน์ 90 วินาที
  • Purify: ล้างสถานะผิดปกติที่ส่งผลกับฮีโร่ของเราทันที และต้านทานสถานะเหล่านั้นเป็นเวลา 1.5 วินาที, มีคูลดาวน์ 120 วินาที

จากประสบการณ์สกิลที่มีประสิทธิภาพแล้วใช้ได้ง่ายที่สุดคือสกิลชาเลนเจอร์ 4 อันดับแรก ได้แก่ Flicker, Heal, Sprint และ Punish

อธิบายในส่วนของ Flicker, Heal และ Sprint ก่อน สาเหตุที่ 3 สกิลนี้ไ้ดรับความนิยมและมีประสิทธิภาพที่สุดเนื่องจากทำให้สามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้

เช่น เวลาโดนศัตรูแก็งค์ก็ใช้ Flicker และ Sprint หนีได้นั่นเอง นอกจากนี้ สกิลพวกนี้ยังใช้ในแง่ของการโจมตีได้ด้วย เช่นกด Flicker เข้าไปหาศัตรูแล้วใช้สกิลทำจังหวะ หรือกด Sprint แล้วไล่ตีศัตรูนั่นเอง

ในส่วนของ Punish นั้นเป็นสกิลที่ตำแหน่งป่าต้องเอามาทุกคนอยู่แล้ว เลยถูกจัดอันดับเป็นสกิลที่มีประสิทธิภาพด้วยนั่นเอง เพราะทำให้การฟาร์มป่าง่ายมาก ๆ และทำให้ออกไอเทมสำหรับฟาร์มป่าได้ด้วย

ในส่วนสกิลอื่น ๆ ที่เหลือนั้นไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่การที่จะหยิบมาใช้นั้นต้องเป็นกลยุทธ์ที่เฉพาะจริง ๆ ซึ่งกลยุทธ์เหล่านั้นก็ต้องใช้การฝึกซ้อมและความแม่นยำในการใช้พอสมควร เช่น

  • สกิล Disturb ที่เอามาห้ามป้อมและทำการแก็งค์ (ต้องบอกเพื่อนว่าใช้สกิลนี้แล้ว ถ้าไม่บอกเพื่อนจะไม่ค่อยสังเกต)
  • สกิล Purify ก็ใช้งานได้ยากสำหรับมือใหม่บางคนที่ไม่ชิน
  • และอื่น ๆ ก็ในกรณีเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้จะเอาสกิลอะไรมา ให้เลือก Flicker จะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด

คู่มือออกไอเทมใน RoV ยังไงให้ชนะอีกฝ่าย?

ไอเทมในเกมนั้นเป็นอีกปัจจัยที่กำหนดได้เลยว่า จะแพ้หรือชนะ ในหัวข้อนี้จะไม่ได้ไล่รายละเอียดไอเทมทั้งหมดแต่จะบอกแทนว่า ควรออกไอเทมอย่างไรถึงจะชนะอีกฝ่ายได้ โดยผู้เขียนจะแบ่งเกณฑ์ไอเทมเป็นประมาณ 2 ชนิดหลัก ๆ

  • ไอเทมหลัก: ไอเทมหลักคือไอเทมที่ทำให้ตัวละครนั้นดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ และเป็นไอเทมที่จำเป็นต่อฮีโร่ตัวนั้น ๆ มาก ถ้าไม่มีไอเทมชนิดนี้ จะแทบทำเกมไม่ได้เลย
  • ไอเทมแก้ทาง: ไอเทมแก้ทางคือไอเทมที่ฮีโร่ตัวนั้นไม่ต้องออกก็ได้ แต่จะออกตามสถานการณ์ ทำให้อีกฝ่ายเสียเปรียบเรามากที่สุด โดยปกติแล้วสามารถออกเป็นไอเทมชิ้นนี้ก่อนเสมอ เนื่องจากจะทำให้ได้เปรียบคู่ต่อสู้แบบสุด ๆ

ในการที่จะเอาชนะเกมได้อย่างต่อเนื่อง เราต้องรู้ก่อนว่า ตัวละคนของเรานั้นใช้ของอะไรบ้างถึงจะสามารถดึงประสิทธิภาพออกมาสูงที่สุด โดยส่วนมากจะเป็นไอเทมประมาณ 1-3 ชิ้น (ไม่รวมรองเท้า) ขึ้นอยู่กับตัวละครนั้น ๆ 

ไอเทม rov
แครี่ส่วนใหญ่ใช้ประมาณ 2 ชิ้น

ตัวอย่างของไอเทมหลักของ Tel’Annas ได้แก่ไอเทมอย่าง Claves Sancti กับ Slikk’’s Sting ถึงจะเริ่มทำดาเมจได้รุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ออกของ rov
ถ้าเจอ Taara ควรออกมาต่อจากรองเท้าเลย

ตัวอย่างของไอเทมแก้ทางที่ Kil’Groth สามารถออกเมื่อเจอกับ Taara ได้แก่ Curse of Death เนื่องจาก Ultimate และสกิลติดตัวของ Taara นั้นจะทำให้ฟื้นฟูเลือดได้เยอะมาก ๆ

แต่ไอเทม Curse of Death จะทำให้ศัตรูที่ถูกโจมตีลดอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตลง 50% นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้เล่นจำเป็นต้องศึกษาให้ละเอียดว่าศัตรูตัวไหนแพ้ทางอะไรบ้าง ซึ่งความรู้นี้ก็เกิดจากการสะสมผ่านประสบการณ์นั่นเอง

เงื่อนไขการชนะเกมที่หลาย ๆ คนมองข้ามไป

คู่มือ rov
อยากชนะต้องตีป้อม

ถึงแม้เกม RoV จะมีวิธีเล่นที่หลากหลาย แต่วิธีการชนะเกมนั้นมีหลัก ๆ วิธีเดียวนั่นก็คือการทำลายฐานหลักศัตรู นี่เป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุดในการเล่น RoV และผู้เล่นจำนวนมาก ย้ำว่าจำนวนมากลืมข้อนี้ไปเลยระหว่างเล่น

ต้องจำไว้เสมอว่าเงื่อนไขในการชนะเกม RoV นั้นคือการทำลายฐานหรือป้อมของอีกฝ่ายให้ได้ ไม่ใช่การไล่ฆ่าฝั่งตรงข้าม หรือการฟาร์มเพื่อให้มีเงินเยอะที่สุดด้วยเหตุนี้เองเงื่อนไขในการชนะเกมนี้จึงเป็นการทำลายฐานหลักของศัตรูให้ได้

ซึ่งการที่จะทำลายฐานหลักของศัตรูให้ได้นั้นจำเป็นต้องทำลายป้อมระดับที่ 1, 2 และ 3 ในเลนใดเลนหนึ่งก่อน จึงจะสามารถทำความเสียหายใส่ป้อมหลักได้นั่นเอง

ฟังดูแล้วเงื่อนไขนั้นก็ดูไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ประเด็นคือศัตรูที่อยู่ทีมตรงข้ามก็จะคิดแบบเดียวกับเรา ทำให้เราต้องมาปะทะกับศัตรูในเลนนั่นเอง

และเราก็ต้องใช้ทุกวิธีทางยังไงก็ได้ให้ทำลายฐานหลักของศัตรูได้เร็วกว่าศัตรูทำลายฐานหลักเรา

วิธีการที่จะทำลายฐานศัตรูให้เร็วกว่านั้นมีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็น

  • การไล่ฆ่าศัตรูจนศัตรูไม่สามารถเข้ามาทำลายป้อมเราได้เลย
  • การรีบเก็บเงิน รีบออกไอเทมทำให้มีความได้เปรียบเหนือศัตรู จนศัตรูสู้ไม่ได้และกันป้อมไม่ไหว
  • หรือจะเป็นเทคนิคการแอบไปทำลายป้อมอย่างเนียน ๆ ก็มีให้เห็นในระดับมืออาชีพทั้งนั้นแล้วแต่ความถนัด

คู่มือในการไต่แรงค์ขึ้น Conqueror

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงจะเริ่มเห็นภาพอะไรที่กว้างขึ้นมากแล้ว และคงเริ่มเข้าใจคร่าว ๆ แล้วว่าตัวเกม RoV นั้นทำงานยังไง และทำยังไงถึงจะชนะ

แต่เมื่อไปลองเล่นดูก็อาจจะพบว่าตัวเรานั้นชนะบ้างแพ้บ้างประปรายกันไป ทำให้เวลาไปลงแรงค์นั้นอันดับไม่ขยับไปไหนซะที

ในหัวข้อนี้จะอธิบายถึงประเด็นที่สำคัญว่า ทำยังไงถึงจะเล่นแล้วชนะบ่อย ๆ เพราะถ้ามาลองคิดดูการที่จะโทษว่าเราเจอทีมไม่ดีในทุก ๆ ครั้งที่เราแพ้นั้นก็คงจะไม่ถูกซะทีเดียว

เพราะอย่าลืมว่าผู้เล่นที่แรงค์เหนือกว่าเรานั้นก็เจอสถานการณ์แบบเดียวกับเรา แต่เขายังขึ้นไปถึงแรงค์นั้นได้ มันแปลว่า เขาต้องรู้อะไรที่เรายังไม่รู้แน่ ๆ

พื้นฐานการไต่แรงค์

จากประสบการณ์ที่เล่นมาหลายปี พบว่าผู้เล่นหลาย ๆ คนยังไม่เข้าใจความสำคัญของ Objective อยู่เยอะมาก ๆๆๆ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยังแพ้อยู่เรื่อย ๆ

อย่างที่บอกไปว่าเกม RoV ไม่ใช่เกมที่ฆ่าศัตรูแล้วชนะ ให้ปรับทัศนคติก่อนว่า การฆ่าศัตรูนั้นเป็นเรื่องรอง ถ้าให้เลือกระหว่างการฆ่าศัตรูและการทำลายป้อมให้เลือกการทำลายป้อมเป็นหลักเสมอ เว้นแต่ว่าการสังหารศัตรูนั้นจะช่วยเปิดทางให้สามารถเก็บ Objective ในเกมได้มากยิ่งขึ้น

ก่อนที่จะอ่านต่อ อยากให้เข้าใจก่อนว่า Objective ในเกมคืออะไร ถ้าให้อธิบายสั้น ๆ Objective คือทุก ๆ อย่างในแผนที่ที่เมื่อฝ่ายใดฝ่ายนึงได้ไปจะทำให้มีความได้เปรียบมากกว่าอีกฝ่าย โดยจะมีหลัก ๆ ดังนี้:

  • ป้อม
ป้อม rov
ป้อมสำคัญที่สุด ตีให้พัง และป้องกันไม่ให้พังให้เยอะที่สุด
  • Dark Slayer
dark slayer rov
สำคัญมาก ๆ เพราะช่วยทำให้ดันป้อมไว
  • Abyssal Dragon
abyssal dragon rov
ถ้าใครได้ไปช่วงต้นเกมจะมีโอกาสชนะสูง
  • ครีป
ครีป rov
ต้องกะจังหวะ Last Shot ด้วยนะ
  • มอนสเตอร์ป่า (บัฟฟ้า, บัฟแดง)
ป่า rov
มีเวลาเหลือ และคิดว่าป่าฟาร์มไม่ได้ ก็มาทยอยเก็บได้
  • ฮีโร่
ฮีโร่ rov
ไม่ต้องสนใจมาก ฆ่าไปก็ไม่ได้ช่วยเยอะ

และเราควรให้ลำดับความสำคัญดังนี้:

  1. ป้อม
  2. Dark Slayer, Abyssal Dragon
  3. ครีป, มอนสเตอร์ป่า และการสังหารศัตรู

ป้อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเกม ผู้เล่นทุก ๆ คนมีหน้าที่หลัก ๆ คือการเฝ้าระวังเลนตัวเองทำยังไงก็ได้ไม่ให้ป้อมของตัวเองพัง หรือถ้าให้ดีพยายามทำให้ได้รับความเสียหายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ป้อมในเกมนี้สำคัญมาก ๆ มันสำคัญขนาดที่ว่า ผู้เล่นระดับโปรเพลย์เยอร์หลาย ๆ คนยอมใช้สกิล Ultimate ของตัวเองเพื่อป้องกันป้อมเลย

ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยกับเรื่องนี้เพราะการสังหารครีปให้ตายก่อนมันเข้ามาในระยะป้อมเรา จะทำให้ศัตรูแทบจะทำดาเมจใส่ป้อมเราไม่ได้เลย

ความสำคัญนี้รวมไปถึงการทำลายป้อมศัตรูด้วย ในเกมให้คิดตลอดว่าจะทำยังไงถึงจะทำลายป้อมศัตรูให้ได้มากและไวที่สุด ให้ใช้ทุกวิธีทางที่ทำเช่น

  • การฆ่าศัตรูที่เลนนั้นแล้วพังป้อม
  • การแอบตีป้อมในจังหวะที่ศัตรูไปอยู่ป้องกัน
  • หรือจะรีบทำลายป้อมหลังจากชนะทีมไฟท์แล้วก็ได้

Dark Slayer และ Abyssal Dragon เป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองลงมาจากป้อมเนื่องจากมันเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมของเราได้เปรียบมากหากสังหารมันได้ ซึ่งผลของการสังหารทั้ง 2 อย่างนี้จะทำให้ทำลายป้อมศัตรูได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

การสังหาร Dark Slayer จะทำให้ได้รับ Drake Mondester ที่สามารถกดเพื่อเรียกมันออกมาได้ และมันเป็นตัวที่ตีป้อมได้ไวมาก ๆ แถมยังตีนอกระยะอีกด้วย

เรียกได้ว่า ถ้าเรียกมาและทีมของเราไปคอยโซนพื้นที่ให้มันยิงเรื่อย ๆ อย่างน้อยป้อมศัตรูก็พังป้อมนึงแน่นอน

ส่วนการสังหาร Abyssal Dragon นั้นจะทำให้ได้รับบัฟที่ส่งผลให้การทำดาเมจใส่ศัตรูจะมีดาเมจไฟเผาต่อวินาทีเพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งบัฟนี้จะทำให้เมื่อเวลามีทีมไฟท์เกิดขึ้น จะการันตีได้ระดับหนึ่งเลยว่าทีมของเราชนะไฟท์นั้น

เพราะจะมีดาเมจมากกว่าอีกทีมนั่นเอง และเมื่อไฟท์ชนะง่ายขึ้นก็แปลว่ามีโอกาสทำลายป้อมได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

สิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับสุดท้ายเลยคือครีป, มอนสเตอร์ป่า และการสังหารศัตรู หลาย ๆ คนอาจตกใจว่าทำไมการสังหารศัตรูนั้นมีค่าพอ ๆ กับการสังหารครีปเลย

หากมาลองคิดดูดี ๆ การสังหารฮีโร่ศัตรูนั้นได้แค่เงินและค่าประสบการณ์นิดหน่อยมาเท่านั้น ซึ่งการสังหารครีปก็ได้ค่าประสบการณ์และเงินเหมือนกันแถมเสี่ยงน้อยกว่าด้วย ทำให้เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงมีความสำคัญพอ ๆ กัน

แต่ก็ไม่ใช่ว่าการฆ่าศัตรูไม่สำคัญเลย มันยังคงมีความสำคัญอยู่ในกรณีที่ศัตรูป้องกันป้อมเรื่อย ๆ ถ้าเห็นแบบนั้นนั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าจำเป็นต้องทำการ Dive เข้าไปสังหารศัตรูในป้อมเลย เพราะไม่งั้นป้อมนั้นจะไม่ถูกทำลายซะที

อีกเคล็ดลับ RoV ที่หลาย ๆ คนมองข้ามคือเวลาสังหารครีปให้พยายามทำการ Last Shot หรือโจมตีเป็นคนสุดท้ายเพื่อสังหารครีปตัวนั้นให้ได้เพราะจะได้เงินมากกว่าถึง 30% เลยทีเดียว

ทัศนคติของโปรเพลย์เยอร์

โปรเพลย์เยอร์ rov
พยายามอย่าหัวร้อน ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ เล่น

อีกปัจจัยที่แบ่งแยกผู้เล่นระดับโปรเพลย์เยอร์หรือผู้เล่นแรงค์สูง ๆ กับผู้เล่นทั่วไปคือทัศนคติ อ่านดูแล้วอ่านจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อยแต่มันส่งผลต่อการเล่นมาก ๆ เรียกได้เกิน 50% เลยทีเดียว

ทัศนคติที่ดีในการไต่แรงค์คือ การโฟกัสแค่ตัวเราเองเท่านั้น เวลาไต่แรงค์ให้เราสังเกตและคอยถามตัวเองเรื่อย ๆ ว่า

  • ตัวเรานั้นมีข้อผิดพลาดตรงไหนในการเล่นหรือไม่
  • สามารถพัฒนาตรงไหนได้อีกบ้าง
  • สิ่งที่เราควรในตอนนี้คืออะไร
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเกมไหลไปตามน้ำเรื่อย ๆ

ทัศนคติที่ดีอีกอย่างหนึ่งคือการไม่ซีเรียสหรือหัวร้อน เพราะเมื่อใดก็ตามที่หัวร้อนเท่ากับว่า เราจะเสียสมาธิและเล่นไม่ได้เต็มที่ทันที

วิธีแก้ง่าย ๆ คือให้คิดเสมอว่า เราควบคุมเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ เพราะงั้นการจะไปซีเรียสกับการกระทำของเพื่อนร่วมทีมนั้นก็เป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผล ให้โฟกัสแต่การเล่นของเราพอ

ถ้ายังมีอาการหัวร้อนอยู่ดี ก็ให้ทำการพักเล่นซัก 10 นาทีหรือหยุดไปเลยในวันนั้น เพราะเชื่อเถอะ การที่หัวร้อนและพยายามกดเล่นต่อเพราะอยากได้ดาวคืน มีโอกาสน้อยมากจริง ๆ ที่จะชนะ (ลองมาแล้ว)

สรุป

การที่จะเล่นเกม RoV ให้เป็นและชนะได้บ่อย ๆ นั้นมีปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความรู้และความเข้าใจในตัวเกม รองลงมาจะเป็น Mechanic ต่าง ๆ ว่า เมื่อเรารู้ความรู้เหล่านั้นแล้วสามารถนำไปใช้จริงได้มากแค่ไหน

ถ้ายังพัฒนาทั้ง 2 อย่างนี้เรื่อย ๆ รับรองว่า คุณเองก็สามารถกลายเป็นเซียน RoV ได้เช่นกัน

หวังว่าคู่มือ RoV ชุดนี้จะเป็นเหมือนตำรา RoV ที่ทำให้หลาย ๆ คนเข้าใจในตัวเกมและสนุกกับมันมากขึ้น โชคดีกับการไต่แรงค์ครับ