fbpx

Dopa LoL: ประวัติเทพ LoL ผู้อยู่คู่ขนานกับ Faker ที่โดน Riot สั่งแบน 1,000 ปี

dopa lol

นี่คือบทควาทที่จะพาไปเจาะลึกประวัติของชายที่ชื่อว่า Dopa LoL ชายที่ผู้คนขนานนามว่ามีฝีมือเท่ากับ Faker เลย

ถ้าคุณอยากรู้ว่าจริง แล้ว

  • เขามีประวัติความเป็นมาอย่างไร
  • ทำไมเขาถึงโดนแบน 1,000 ปี
  • และตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง

บทความนี้จะคลายความสงสัยทั้งหมดที่มีเกี่ยวกับ Dopa อย่างแน่นอน

ไปดูกันเลย

จุดเริ่มต้น ประวัติความเป็นมา Dopa LoL

ในวงการ LoL นั้น คนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักเพียงแค่โปรเพลย์เยอร์ เช่น Faker หรือสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่าง Tyler1 เท่านั้น

แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน อีกด้านหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้กันคือ ผู้ที่อยู่ด้านมืดของวงการอย่างนักปั๊มแรงค์ หรือ Elo Booster นั้นมีความเป็นมายังไงกันบ้าง?

นาย Jeon ‘Dopa’ Sang-gil เป็นผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นผู้เล่น LoL ที่มีฝีมือที่สุดในโลก เขาเริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกหลังจากที่ไต่แรงค์ด้วยการ Solo จนอยู่อันดับ 1 ในเซิร์ฟเวอร์เกาหลีใต้และจีนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง

เขาสามารถเล่นได้ถึง 4 ตำแหน่งอย่างมืออาชีพ กล่าวคือ เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความรู้ในเกม และสกิลเพลย์การเล่นที่มากที่สุดในเกมคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

“สิ่งที่มหัศจรรย์มาก ๆ สำหรับ Apdo (อีกชื่อของ Dopa) คือเขาสามารถเล่นได้แทบทุกตำแหน่งในเกม และเล่นเก่งพอในระดับ Challenger บน ๆ เลยทีเดียว ซึ่งแม่แต่ Faker เองก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ”

กล่าวโดย Throin ผู้มีชื่อเสียงในวงการ Esports

แนะนำ: ลองดูคลิปด้านล่างจะรู้เลยว่า Dopa นั้นมีฝีมือการเล่นระดับท็อป ๆ ของวงการเลย

มีครั้งหนึ่งในช่วง LoL ซีซันที่ 3 ที่ทีม CJ Frost เชิญชวน Dopa ให้เข้าร่วมทีม แต่เขากลับปฏิเสธข้อเสนอนั้น เนื่องจากเขาไม่ได้สนใจในการเป็นโปรเพลย์เยอร์

ด้วยฝีมือที่เก่งกาจระดับนี้ ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็มักจะหันไปเส้นทางโปรเพลย์เยอร์กันเสียส่วนมาก เพราะมองว่าจะมีทั้งชื่อเสียงและเงินที่จะได้จากการแข่งขัน

สำหรับ Dopa นั้น เขากลับเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่แตกต่างกัน นั่นก็คือ ‘การรับเป็นนักปั๊มแรงค์ หรือ Elo Booster’

Dopa ได้เลือกที่จะใช้ฝีมือของเขาหาเงินจากการสตรีมและรับปั๊มแรงค์เป็นหลัก และเขามีวิธีการโปรโมทบริการปั๊มแรงค์ที่กล้าหาญมาก

เช่น การเปลี่ยนชื่อในเกม LoL ให้บ่งบอกว่ารับปั๊มแรงค์ หรือทำการสตรีมในขณะที่รับปั๊มแรงค์ให้สาธารณะดูเลย

ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ สำหรับผู้อ่านที่งง การปั๊มแรงค์คือการที่ Dopa จะรับเงินจากลูกค้า จากนั้นเขาจะเข้าไปเล่นในไอดีของลูกค้าเพื่อที่จะได้แรงค์สูง ๆ

(เขารับปั๊มแรงค์ในขณะที่ยังทำให้ไอดีของตัวเองอยู่ในแรงค์อันดับต้น ๆ อย่างต่อเนื่อง)

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อาจจะพอเดาได้ว่า เขาไม่ค่อยมีบุคลิกที่เป็นมิตรเท่าไรนัก เพราะ Dopa เองก็มีชื่อเสียงอันโด่งดังกับพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดี

เช่น การโยนเกม, การด่าทอเพื่อนในทีม หรือการเกรียนอื่น ๆ จนทำให้ผู้เล่นแรงค์สูง ๆ หลายคนหัวเสีย

Dopa ถูกโดนแบน 1,000 ปี

แน่นอนว่า การที่ Dopa ทำการปั๊มแรงค์นั้น ย่อมไม่เป็นที่พอใจของ Riot อย่างแน่นอน เพราะเป็นการเข้าไปแทรกแซงระบบแรงค์ให้ผิดธรรมชาติจากที่ควรจะเป็น

เมื่อ Riot ทำการรวบรวมหลักฐานได้ว่า Dopa ทำการปั๊มแรงค์ เขาก็จะทำการแบนไอดีนั้น แต่ Dopa ก็ไม่สนใจ เขาก็ทำการสร้างไอดีใหม่เพื่อไต่แรงค์เรื่อย ๆ อยู่ดี และเป็นเหตุการณ์วนเวียนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม การรับปั๊มแรงค์ไปวัน ๆ นั้นย่อมไม่ตอบสนอง Need ของหนึ่งในผู้เล่นที่สุดยอดที่สุดตลอดกาลอย่าง Dopa เป็นแน่

ในช่วงปี 2013 เขาเลยรวบรวมเพื่อน ๆ ในแรงค์เพื่อจัดตั้งทีมนาม Team Dark เพื่อเข้าไปเล่นในการแข่งขัน OGN Winter 2013-2014

แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ก่อนรอบ Qualifiers ออฟไลน์ Riot ได้ประกาศแบน Dopa จากการแข่งขันระดับมืออาชีพเป็นระยะเวลา 2 ปี

นอกจากนี้ยังแบนไอดีหลักของเขาเป็นระยะเวลา 1,000 ปี (ปลดแบนปี 3013), แบนไอดี Smurf ที่จับได้ว่ามีการเกี่ยวข้องกับเขา และจะแบนทุกไอดีที่เขาพยายามสร้างใหม่

มองโดยผิวเผิน การที่ Riot ทำการแบน Dopa นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร แต่หากลองเจาะลึกเข้าไปดู จะพบเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ๆ ว่า Riot ได้หลักฐานมาแบน Dopa ได้อย่างไร

ในเวลานั้น มีรายงานว่า แฟนคลับที่เป็นผู้หญิงของ Dopa ได้ทำการใช้บริการปั๊มแรงค์ของเขา เพื่อหวังว่าจะได้สานสัมพันธ์เพิ่มเติม

แต่ Dopa ปฎิเสธความสัมพันธ์กับแฟนคลับคนนั้น (บางแหล่งข่าวมีการอ้างอิงว่าแฟนคลับส่งรูป Nude ให้กับ Dopa ด้วย)

จากนั้นแฟนคลับดังกล่าวเลยทำการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดและส่งให้ Riot สาขาเกาหลีในฐานะที่เขารับปั๊มแรงค์

จากเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ Team Dark ต้องเล่นต่อไปโดยที่ไม่มี Dopa ทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะหยิบแชมเปียนส์เกรียน ๆ อย่างการหยิบป่ามาทั้งหมด 3 ตัวทำให้พ่ายแพ้

จากนั้นแยกย้ายหายไปในที่สุด (ในเกมนั้น Team Dark แพ้ในเวลาเพียง 8 นาที)

ใครอยากดูว่าเกมนั้นปั่นขนาดไหน ก็ดูได้คลิปด้านล่างนี้เลยครับ

การกลับมาและความเคารพต่อ Faker

หลังจากที่ถูกแบนและเงียบหายไป ในเดือนตุลาคมปี 2013 ได้มีไอดีชื่อว่า “Tar ai ais” ที่แปลว่า “Come Back หรือการกลับมาในภาษาไอร์แลนด์” ไต่ขึ้นมาในแรงค์ Challenger อย่างว่องไว ด้วยสถิติการแพ้น้อยกว่า 10 ครั้ง

จนทำให้เป็นที่สังเกตโดยชุมชน LoL เนื่องจากแชมเปียนส์ที่เล่นนั้นคล้ายกับตัวที่ Dopa ถนัดมาก

ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2013 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้แฟน ๆ เกม LoL ถึงกับตะลึงเกิดขึ้น

ในตอนนั้น Faker แรงค์อยู่อันดับที่ 2 เป็นรองจากผู้เล่นนาม ssumday และ Dopa ก็อยากให้ Faker ได้แรงค์อันดับ 1 เขาเลยทำการโยนเกมเพื่อที่จะทำให้ Faker ได้อันดับที่ 1

หลังจากที่กลับมาสู่วงการ LoL อีกครั้ง เขาก็สร้างชื่อเสียงอีกรอบในปี 2014 โดยการไต่แรงค์จนติดอันดับ 1 Challenger อีกครั้ง

หลังจากนั้นก็ใช้ไอดี Smurf นาม “Dopa0” ในการไต่แรงค์ขึ้น Challenger จากการชนะรวด 17 เกม ทำให้อัตราการชนะที่ 88 เปอร์เซ็นต์ และในเวลานั้นเขาได้กล่าวว่า เลิกรับปั๊มแรงค์แล้ว

เมื่อปี 2015 นขณะที่สตรีมอยู่ Dopa เคยกล่าวด้วยว่า ผู้เล่นที่เขายกย่องมากที่สุดคือ Faker และ Clearlove เนื่องจากทัศนคติที่เขามีต่อเกมนั้นแตกต่างออกไปจากผู้เล่นคนอื่น ๆ รวมทั้งยังเผยความรู้สึกด้วยว่า:

“ใครก็ตามที่ไม่ใช่ Faker คือขยะ”

Dopa faker

ในปีเดียวกันนั้น เขาได้ทำการขอโทษเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่ดีเช่นการปั๊มแรงค์ หรือไปเกรียนในเกม ที่เขาเคยทำลงไปในอดีต

และยังเคยประกาศด้วยว่า จะทำการบริจาคเงินให้กับ Riot 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.19 ล้านบาท) เพื่อให้พวกเขาปลดแบน แต่แน่นอนไม่มีการตอบกลับจาก Riot อะไรทั้งนั้น

ปัจจุบัน Dopa เป็นอย่างไร ?

ในตอนนี้ (ปี 2019) Dopa หรือ Apdo ทำการสตรีม LoL เป็นหลักผ่าน Huya และ Kakao (ไปหาดูแล้ว เขาไม่ได้สตรีมใน Twitch) เพราะแฟนคลับหรือผู้ชมที่ประเทศจีนนั้นรักเขามาก ๆ รวมทั้งมีสปอนเซอร์มากมายสนับสนุนด้วย

แฟนคลับของเขาชื่นชอบในตัว Dopa มากในระดับที่ ถ้าเขาหยุดพักสตรีม 1 สัปดาห์ เขาจะถูกขู่ฆ่าเลยทีเดียว

Dopa สตรีม

เขารายงานว่า ไม่ว่าจะทำอะไรแฟนคลับที่จีนก็ชอบเขาทั้งนั้น ซึ่งเขามีความสุขกับจุดนี้ดี และแน่นอน เขาก็ยังคงมีแฟนคลับเกาหลีติดสอยห้อยตามมาดูสตรีมเขาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

อีกจุดที่น่าสนใจคือ การแบนไม่ให้เล่นระดับโปรเพลย์เยอร์ของ Riot นั้นส่งผลแค่ 2 ปี ซึ่งก็เลยมานานแล้ว

ในตอนนี้ ถ้าเขาต้องการ ก็สามารถเข้าไปแข่งในลีกโปรเพลย์เยอร์ได้เช่นกัน แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะเขาเคยตอบสัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้ และกล่าวว่า ไม่ได้สนใจที่จะเป็นโปรเพลย์เยอร์แต่อย่างใด

หากลองมองดี ๆ Faker กับ Dopa นั้นมีความคล้ายกันมากที่แต่ละคนต่างก็ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่น LoL ที่มีฝีมือเก่งกาจและเล่นเลนกลางเหมือนกัน

แต่ทั้งสองมีแนวทางการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันคนหนึ่งเลือกที่จะเดินทางโปรเพลย์เยอร์ แต่อีกคนหนึ่งเลือกเส้นทางปั๊มแรงค์และกลายเป็นสตรีมเมอร์แทน

ในตอนนี้ Dopa มีช่อง Youtube ด้วย ใครอยากศึกษาการเล่นเลนกลางก็ไปตามกันได้

สรุป

นี่ก็เป็นอีกตำนานในวงการ LoL ที่ผู้คนก็ยังคงพูดถึงในปัจจุบันว่า Riot ควรจะปลดแบน Dopa ได้แล้ว

เพราะขนาด Tyler 1 ที่ทำตัว Toxic และกลับตัวในภายหลังยังทำการปลดแบนได้เลย ก็ควรจะให้โอกาส Dopa ที่กลับตัวแล้วบ้างเช่นกัน และถ้าเป็นจริง ก็อาจได้เห็นแมทช์ Dopa VS Faker คงจะ Hype ไม่น้อย